| Written by Administrator, |
| Average user rating |
(0 vote) |
|
| Views |
3161  |
|
ด้วยในวันที่ 1 ธันวาคม 2552 ซึ่งเป็นวันคล้ายวันสถาปนาศูนย์ฝึกพาณิชย์นาวี จึงได้มีการจัดงานนิทรรศการทางวิชาการ “เปิดโลกนักเรียนเดินเรือพาณิชย์” มีการเปิดบูธจากฝ่ายต่างๆของศูนย์ฝึก และจากหน่วยงานภายนอกประกอบด้วย บริษัทเรือโทรีเซน อู่เรือยูนิไทย วิทยาลัยพาณิชย์นาวีนานาชาติ ม.เกษตร โรงเรียนนายเรือ โรงเรียนการเดินเรือบาร์เธอร์ และคณะโลจิสติก ม.บูรพา ตลอดช่วงเช้าเป็นการเปิดให้บุคคลภายนอกและนักเรียนเดินเรือพาณิชย์ได้เข้าชมงาน
ส่วนในช่วงบ่ายทางศูนย์ฝึกได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิในแวดวงธุรกิจพาณิชย์นาวีร่วมเสวนาในหัวข้อ “ทิศทางอาชีพนักเดินเรือของไทย” ประกอบด้วย เรือตรีสุรพล มีเสถียร จากสมาคมเจ้าของเรือไทย, กัปตันยอดชาย รัตนชีวกร จาก THORESEN & CO., (BANGKOK) LTD. , กัปตันบุญเดช มีวงศ์อุโฆษ จากสมาคมนักเรียนเก่าเดินเรือพาณิชย์ และกัปตันสัญญา สันทอง จากโรงเรียนเดินเรือบาร์เธอร์ จากการเสวนานั้นประเด็นหลัก คือเรื่องที่นักเรียนเดินเรือกังวลในการที่จะหาเรือเพื่อลงฝึกภาคทางทะเล ด้วยสภาวะเศรษฐกิจที่ชลอตัวในปัจจุบัน จากมุมมองที่แตกต่างของแต่ละท่าน พอจะสรุปสาระสำคัญได้ดังนี้ สิ่งที่เรือตรีสุรพล บอกกล่าวคือ “มั่นใจว่าถ้าเป็นคนที่ตั้งใจทำงาน ขยันอดทน ซื่อสัตย์และมีวินัย การหางานนั้นไม่ใช่เรื่องยาก เข้าใจว่าที่หายากนั้นเพราะบางคนเลือกโดยดูจากค่าตอบแทน ค่าจ้างค่าตอบแทนของบริษัทเรือในประเทศนั้นขึ้นกับค่าขนส่ง จึงทำให้น้อยกว่าเรือที่วิ่ง world wide ซึ่งจะสูงขึ้นตามลำดับ และด้วยช่วงปีนี้ภาวะเศรษฐกิจทรุดตัว การขนส่งก็น้อยตามมีเรือที่จอดในที่ต่างๆของ South East Asia ค่อนข้างมาก เพราะไม่มีสินค้าที่จะขน แต่ให้คิดว่าในวิกฤตย่อมมีโอกาส เพราะกองเรือบ้างแห่งต้องการลดต้นทุนที่ต้องจ้างคนเรือต่างประเทศในอัตราที่สูง ซึ่งคนเรือไทยสามารถเข้าไปแทนที่ในส่วนนี้ได้” กัปตันยอดชาย ท่านได้แนะนำเพิ่มเติมว่า “วิกฤตในช่วงนี้เป็น down circle ของธุรกิจ Shipping อยู่แล้ว และนักวิเคราะห์หลายประเทศได้มองแล้วว่าประมาณปี 2011 ปลายๆปี ธุรกิจก็จะฟื้น ในตลาดโลกนั้นเรือที่ scrap เมื่อเทียบกับเรือที่จะรับใหม่นั้นมีจำนวนไม่มาก ในปี 2010-2015 จำนวนเรือที่จะรับใหม่มีถึง 30% ถึงแม้ว่าจะมีการยกเลิกสัญญาการรับเรือใหม่กับอู่ต่อเรือก็ตาม และนักวิเคราะห์บอกว่ารายได้มวลรวมโลกเริ่มลดลง เจ้าของเรือจึงหันมาลดค่าใช้จ่ายต่างๆ และสิ่งสำคัญคือค่าใช้จ่ายเรื่องคนประจำเรือ ดังนั้นความเสี่ยงเรื่องการตกงานของคนประจำเรือขอบอกเลยว่ายังไม่มีผลกระทบ” สำหรับกัปตันบุญเดช ท่านได้เล่าเมื่อครั้งที่ท่านได้เริ่มมาเรียนในสมัยนั้นคือ โรงเรียนเดินเรือพาณิชย์ “การประกอบอาชีพนักเดินเรือนั้นเป็นตลาดการค้าเสรี ไม่มีการกีดกันทางการค้าตั้งแต่อดีตและปัจจุบัน รวมไปถึงอนาคต ไม่ว่าเรือชาติใดก็สามารถทำการค้าแข่งขันกับเราได้ทั้งหมด ทั้งบริษัทเรือเอง และคนประจำเรือด้วย การเพิ่มหรือลดลงของจำนวนเรือนั้นเป็นวัฏจักรที่จะเห็นได้ นักเรียนเดินเรือก็ยังคงมีการผลิตอยู่ และคำพูดที่ว่า คนเรือขาดแคลน ก็ยังคงมีอยู่ ไม่ว่าจะผลิตออกมากี่รุ่นก็ตาม เพราะปัญหาสำคัญคือ การคงอยู่ในอาชีพของคนเรือมีอัตราต่ำมาก อย่างถ้าเทียบกับแพทย์ เมื่อจบมาก็เป็นนายแพทย์จนเกษียณอายุ แต่นักเรียนเดินเรือนั้นเป็นคนเรือจริงๆเฉลี่ยไม่เกิน 10 ปี จุดสำคัญในการเรียนไม่ว่าจะเป็นฝ่ายเดินเรือหรือช่างกลเรือจะสอนให้รู้ในเกือบทุกเรื่อง แต่ไม่ชำนาญในทุกเรื่องที่เรียน เราต้องเรียนด้วยความตั้งใจเพราะเราจะนำสิ่งที่เรียนนั้นมาใช้ต่อยอดการเรียนรู้ในอนาคต ส่วนใหญ่บุคลากรที่อยู่ในแวดวงพาณิชย์นาวีก็จบมาจากศูนย์ฝึกฯ เวลาการทำงานบนเรือน้อยก็จริงแต่วิชาชีพที่ทำงานนั้นเกี่ยวข้องกับเรือตลอดชีวิตการทำงาน การที่เราไปฝึกบนเรือที่แตกต่างกันทำให้เราได้ความรู้ที่ไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับเราไปเจอครูแบบไหน เจอคนเรือแบบไหน การที่เราเรียนที่ศูนย์ฝึกฯวันนี้คือพื้นฐาน แล้วค่อยลงเรือฝึกเพื่อเก็บประสบการณ์ หลังจากนั้นก็มองดูว่าเราเหมาะกับอาชีพตรงไหนอย่างไรในอนาคตหลังจากที่ขึ้นจากเรือแล้ว” กัปตันสัญญา ครูใหญ่โรงเรียนการเดินเรือบาร์เธอร์ ได้อธิบายโปรแกรมการเรียนของโรงเรียนและได้ให้แนวคิดกับน้องว่า “Shipping Consult ได้แจ้งตัวเลขคนว่างงานในส่วนของคนประจำเรือว่า ปี 2008-2009 ว่างถึง 34,000 ตำแหน่ง และในปี 2012 ว่าง 90,000 ตำแหน่ง เพราะว่าคนประจำเรือฝั่งยุโรปและออสเตเรียจะไม่ลงเรือ รวมถึงคนที่สิงคโปร์ด้วยที่ ณ ตอนนี้ยังใช้นำร่องที่เป็นคนไทย กลุ่มที่ยังเดินเรืออยู่คือ ยุโรปตะวันออก Vision ของทางบาร์เธอร์คือการส่งคนเรือให้ไปสู่ตลาดต่างประเทศ แต่ปัญหาสำคัญคือ ภาษาอังกฤษ เพราะเราต้องใช้ทั้งการฟัง พูด อ่าน และเขียน ถึงแม้ว่าจะอยู่บนเรือไทยก็ยังคงต้องเขียนรายงานที่เป็นภาษาอังกฤษ เพราะกฎต่างๆบังคับให้เราต้องทำ รวมถึง Port State Control ปัจจุบันศูนย์ฝึกพาณิชย์นาวีไม่ใช่สถาบันที่ผลิตนักเรียนเดินเรือแห่งเดียวอีกแล้ว ดังนั้นเราควรสร้างความแตกต่าง ไม่ว่าจะเป็นภาษา ความรู้ความเข้าใจ ทัศนะคติต่อการทำงาน และลักษณะนิสัยส่วนตัว เมื่อครั้งที่พี่เป็น Cadet ก่อนที่จะลงเรือพี่จะเลือกว่าถ้าไปฝึกกับบริษัทเรือใดๆ จะได้ความรู้อะไรบ้าง แต่ปัจจุบันน้องๆมักถามว่าไปฝึกแล้วได้เงินเดือนเท่าไร? น้องไม่เคยถามว่าใครจะเป็นคนสอนน้อง นี้คือทัศนะคติที่เปลี่ยนไป เราควรที่จะเตรียมความพร้อมก่อนที่จะลงเรือ ทางบาร์เธอร์พร้อมให้การสนับสนุนถ้าน้องคนใดสนใจที่จะเข้าอบรม Sim หรือ Training เพราะเราต้องการยกระดับความรู้ความสามารถของคนเรือไทย และพร้อมให้ความร่วมมือกับศูนย์ฝึกเสมอ” เรือตรีสุรพล ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าคนเรือที่ขาดแคลนนั้น คือขาดแคลนคนเรือที่มีคุณภาพ สำหรับนักเรียนที่จบจากศูนย์ฝึกนั้นไม่ห่วงเรื่องความรู้ความสามารถ แต่ที่ต้องการให้เน้นคือ ระเบียบวินัย และเรื่องภาษาอังกฤษ โดยเฉพาะภาษาเขียน ......ในส่วนของกัปตันยอดชายได้สอบถามว่าเมื่อไรที่ทางศูนย์ฝึกพาณิชย์นาวีจะจัดทำหลักสูตรภาษาอังกฤษสำหรับนักเรียนเดินเรือ ด้วยทุกวันนี้ที่เจ้าของเรือต้องจ้างคนเรือฟิลิปปินส์เพราะภาษาอังกฤษดีกว่าคนไทย รวมถึงกัปตันบุญเดชที่ยังเชื่อในความสามารถของนักเดินเรือไทย.... ในช่วงท้ายของงาน คุณภูมินทร์ ประธานสมาคมเจ้าของเรือไทย ซึ่งท่านได้เข้าฟังการเสวนาครั้งนี้ได้พูดแนะนำศูนย์ฝึกในเรื่องการเปิดตลาดนักเรียนเดินเรือ โดยต้องการให้ศูนย์ฝึกติดต่อกับบริษัทเรือต่างประเทศเพื่อขอให้รับนักเรียนไปลงเรือฝึก เปรียบเสมือนการหาจุดเด่นของนักเรียนหรือสินค้าที่พร้อมจะขายไปสู่ตลาดเรือต่างประเทศ โดยต้องช่วยกันทั้งภาคการศึกษา และภาคผู้ประกอบการ.......
Users' Comments (0)
|
|
|