MMAA : Merchant Marine Alumni Association

ข้อบังคับสมาคม
Written by Administrator,
Average user rating    (0 vote)
Views 2281    

ข้อบังคับ
สมาคมนักเรียนเก่าเดินเรือพาณิชย์

หมวดที่ 1
ชื่อ และ วัตถุประสงค์

ข้อที่ 1 สมาคมนี้มีชื่อว่าสมาคมนักเรียนเก่าเดินเรือพาณิชย์ เครื่องหมายของสมาคมเป็นรูปวงกลมล้อมรอบรูปสมอเรือ รองรับด้วยช่อชัยพฤกษ์ จารึกด้วยอักษรโค้งรอบบนว่า สมาคมนักเรียนเก่าเดินเรือพาณิชย์
 

ข้อที่ 2 สมาคมนี้มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ บ้านเลขที่ 1622 ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร
 

ข้อที่ 3 วัตถุประสงค์ของสมาคมคือ

1.เสริมสร้างความสามัคคี และเกียรติภูมิของสมาชิก
2.ส่งเสริม และเผยแพร่วิทยาการในส่วนที่เกี่ยวกับการพาณิชย์นาวี
3.สนับสนุน และช่วยเหลือกิจกรรมของโรงเรียนเดินเรือพาณิชย์
4.ให้ความช่วยเหลือทางด้านสวัสดิการต่างๆ แก่สมาชิก ยกเว้นการฌาปนกิจสงเคราะห์และบิลเลียด
5.บำเพ็ญสาธารณะประโยชน์ ทั้งนี้ไม่เกี่ยวกับการเมือง

ข้อที่ 4 สมาคม หรือมูลนิธิใด ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในลักษณะเดียวกันกับวัตถุประสงค์ของสมาคมนักเรียนเก่าเดินเรือพาณิชย์อาจขอเข้าปฎิบัติกิจกรรมร่วมกันเพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกันได้
สมาคมนักเรียนเก่าเดินเรือพาณิชย์เป็นสมาคมอิสระ และดำเนินการโดยเอกเทศ

หมวดที่ 2
สมาชิก
 

ข้อที่ 5 สมาชิกของสมาคมนี้มี 3 ประเภท คือ

1.สมาชิกสามัญได้แก่
ก.ผู้สำเร็จการศึกษาชั้นสูงจากโรงเรียนเดินเรือพาณิชย์ ศูนย์ฝึกพาณิชย์นาวี กรมเจ้าท่า
ข.ผู้เป็น หรือเคยเป็นครู อาจารย์ในโรงเรียนเดินเรือพาณิชย์ ศูนย์ฝึกพาณิชย์นาวี กรมเจ้าท่า
ค.ผู้ที่ได้รับประกาศนียบัตรเทียบเท่า หรือกิตติมศักดิ์จากโรงเรียนเดินเรือพาณิชย์ ศูนย์ฝึกพาณิชย์นาวี กรมเจ้าท่า
2.สมาชิกกิตติมศักดิ์ ได้แก่ ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งคณะกรรมการของสมาคมเชิญเข้าเป็นสมาชิกด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนคณะกรรมการของสมาคม
3.สมาชิกสมทบ ได้แก่ นักเรียนเดินเรือพาณิชย์ในปัจจุบัน หรือเคยเป็นนักเรียนเดินเรือพาณิชย์ และได้พ้นสภาพจากการเป็นนักเรียนเดินเรือพาณิชย์แล้ว


ข้อที่ 6 ผู้สมัครเป็นสมาชิกสามัญ หรือสมาชิกสมทบต้องทำคำขอสมัครตามระบบที่ได้กำหนดไว้ยื่นต่อเลขาธิการ
 

ข้อที่ 7 เมื่อเลขาธิการได้รับใบสมัครที่มีผู้ยื่นของสมัครเข้าเป็นสมาชิกแล้ว ให้เลขาธิการทำบัญชีรายชื่อผู้ขอสมัครประกาศไว้ ณ ที่ทำการสมาคมเป็นเวลา 30 วัน
หลังจากนั้น ให้เลขาธิการนำใบสมัครนั้นเสนอต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณาในโอกาสแรกที่จะทำได้ เมื่อคณะกรรมการลงมติเป็นประการใดแล้ว ให้เลขาธิการแจ้งให้ผู้สมัครทราบเป็นลายลักษณ์อักษร
 

ข้อที่ 8 ถ้าคณะกรรมการมีมติไม่ยอมรับผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิกด้วยเหตุใดๆก็ตาม ผู้สมัครนั้นจะยื่นคำขอสมัครเป็นสมาชิกประเภทนั้นๆ ไม่ได้ภายในกำหนดหนึ่งปี นับตั้งแต่วันที่เลขาธิการแจ้งการไม่ยอมรับ และถ้าคณะกรรมการมีมติไม่ยอมรับผู้ใดเป็นสมาชิกถึงสามคราวแล้ว ผู้นั้นหมดสิทธิ์ที่จะขอสมัครเป็นสมาชิกต่อไป
มติของคณะกรรมการไม่ว่ากรณีใดๆถือเป็นที่สุด
 

ข้อที่ 9 สมาชิกสามัญและสมาชิกสมทบ ต้องเสียค่าจดทะเบียนในการสมัครเป็นสมาชิก โดยสมาชิกสามัญคนละ 500.- บาท และสมาชิกสมทบคนละ 100.- บาท โดยชำระพร้อมกับการยื่นคำขอสมัครเป็นสมาชิก เงินค่าสมัครนี้สมาคมจะไม่คืนให้ไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น
สมาชิกพึงบำรุงสมาคมเป็นรายเดือน รายปี หรือบำรุงสมาคมครั้งเดียวตลอดชีพในวันที่สมัครเข้าเป็นสมาชิกก็ได้

หมวดที่ 3
สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก
 

ข้อที่ 10 สมาชิกมีสิทธิใช้สถานที่ สโมสร สนามกีฬา และสวัสดิการต่างๆของสมาคมตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนดไว้ และสามารถประดับเครื่องหมาย และใช้เครื่องแบบของสมาคมได้
 

ข้อที่ 11 สมาชิกอาจแสดงความคิดเห็นเป็นหนังสือเกี่ยวกับกิจการของสมาคมส่งไปยังคณะกรรมการ เมื่อไม่ได้รับความเป็นชอบ หรือไม่พอใจในผลการพิจารณา จะเสนอต่อที่ประชุมใหญ่คราวต่อไปก็ได้ แต่ต้องยื่นความประสงค์เป็นหนังสือต่อเลขาธิการก่อนการประชุมไม่น้อยกว่า 30 วัน


ข้อที่ 12 สมาชิกจะได้รับบัตรประจำตัว และเครื่องหมายประดับ ซึ่งออกให้โดยสมาคมตามระเบียบที่คณะกรรมการจะได้กำหนด
ในการติดต่อกับสมาคมด้วยตนเอง หรือการมอบฉันทะ ให้แสดงบัตรประจำตัวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ของสมาคมทุกครั้ง
ในกรณีที่สมาชิกติดต่อกับสมาคมทางหนังสือ ให้แจ้งชื่อหมายเลขทะเบียน หรือเลขที่บัตรประจำตัวให้ทราบด้วย
สมาคมจะเรียกบัตรประจำตัว และเครื่องหมายประดับคืนเมื่อสมาชิกผู้นั้นขาดจากสมาชิกภาพ
 

ข้อที่ 13 สมาชิกมีสิทธิที่จะเข้าร่วมประชุมใหญ่สามัญและประชุมใหญ่วิสามัญ ทั้งมีสิทธิขอรับทราบ หรือตรวจดูกิจการการบัญชี การเงิน การทะเบียนของสมาคมได้ แต่ต้องยื่นความจำนงเป็นหนังสือต่อคณะกรรมการล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน
 

ข้อที่ 14 สมาชิกมีหน้าที่ดังต่อไปนี้
1.ปฎิบัติตามระเบียบ และข้อบังคับของสมาคมโดยเคร่งครัด
2.รักษาคุณธรรม ความดีงาม และประพฤติตนให้สมกับเกียรติที่เป็นสมาชิกสมาคม
3.ให้ความร่วมมือ และสนับสนุนการดำเนินกิจการต่างๆของสมาคม
4.เผยแพร่ชื่อเสียง และเกียรติคุณของสมาคมให้เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย
ชำระค่าบำรุงสมาคมเป็นรายเดือนๆละ 100.- บาท หรือเป็นรายปีๆละ 1,000.- บาท หรือชำระครั้งเดียวตลอดชีพ 5,000.- บาท ในกรณีของสมาชิกสามัญ ส่วนสมาชิกสมทบเสียค่าบำรุงเป็นรายปีๆละ 100.- บาท

หมวดที่ 4
การขาดสมาชิกภาพ


ข้อที่ 15 สมาชิกขาดจากสมาชิกภาพเมื่อ
1.ตาย
2.ลาออก
3.ถูกลบชื่อออกจากทะเบียน
4.ไม่ชำระค่าบำรุงสมาคมตามระเบียบที่กำหนดไว้ สมาคมได้แจ้งไปให้ชำระแล้วเกินกว่า 3 ครั้ง โดยไม่มีเหตุอันสมควร
ให้นายทะเบียนโฆษณารายชื่อผู้ที่ขาดจากสมาชิกภาพเป็นคราวๆไป
 

ข้อที่ 16 สมาชิกใดประสงค์จะลาออกจากสมาชิกภาพ ต้องแจ้งความประสงค์เป็นลายลักษณ์อักษรไปยังเลขาธิการสมาคม เมื่อเลขาธิการสมาคมได้รับแจ้งแล้วให้นำเสนอคณะกรรมการเพื่อทราบ


ข้อที่ 17 คณะกรรมการสั่งลบชื่อผู้ใดออกจากทะเบียนได้ ถ้าสมาชิกผู้นั้น
1.กระทำความผิดถึงต้องรับโทษตามคำพิพากษาของศาล ทั้งนี้ไม่รวมถึงความผิดลหุโทษ และความผิดอันได้กระทำโดยประมาท
2.ประพฤติตนในทางที่อาจนำความเสื่อมเสียมาสู่สมาคม สมาชิกผู้ถูกลบชื่อไม่มีสิทธิเป็นสมาชิกอีกจนกว่าจะพ้นกำหนด 1 ปี นับตั้งแต่วันที่ถูกลบชื่อ และเมื่อคณะกรรมการได้พิจารณาคำขอสมัคร และไม่ยอมรับผู้นั้นเข้าเป็นสมาชิกแล้ว ผู้ถูกลบชื่อจะยื่นคำขอสมัครได้อีกเพียงครั้งเดียว เมื่อพ้นกำหนด 1 ปี นับตั้งแต่วันที่คณะกรรมการวินิจฉัยไม่ยอมรับเป็นสมาชิกนั้นแล้ว
หากคณะกรรมการยอมรับการเข้าเป็นสมาชิกแล้ว ให้นับอายุสมาชิกต่อจากอายุสมาชิกเดิมที่มีอยู่
 

ข้อที่ 18 คะแนนเสียงของคณะกรรมการในการลบชื่อสมาชิกต้องมีจำนวน 2 ใน 3 ของจำนวนคณะกรรมการของสมาคม

หมวดที่ 5
คณะกรรมการ
 

ข้อที่ 19 คณะกรรมการของสมาคมให้เลือกจากสมาชิกสามัญ นายกสมาคมต้องเลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ่
ให้คณะกรรมการของสมาคมมีจำนวนไม่เกิน 15 คน และไม่น้อยกว่า 9 คน โดยนายกสมาคมเป็นผู้เลือกและแต่งตั้ง และให้นายกสมาคมแต่งตั้งกรรมการเจ้าหน้าที่จากคณะกรรมการเพื่อบริหารกิจกรรมของสมาคมในตำแหน่ง อุปนายก เลขาธิการ เหรัญญิก นายทะเบียน ปฎิคม วิชาการ สาราณียกร ประชาสัมพันธ์ และตำแหน่งที่เรียกชื่อเป็นอย่างอื่นตามแต่จะเห็นสมควร กรรมการเจ้าหน้าที่ดำรงตำแหน่งตลอดเวลาที่นายกสมาคมอยู่ในตำแหน่ง
ถ้าตำแหน่งนายกสมาคมว่างลง ให้อุปนายกรักษาการแทน ถ้ากรรมการว่างลงก่อนถึงกำหนดเลือกตั้งและกรรมการที่เหลืออยู่มีจำนวนไม่ถึง 9 คน ให้นายกสมาคมเลือกและแต่งตั้งสมาชิกสามัญเข้าดำรงตำแหน่งแทนและให้อยู่ในตำแหน่งเพียงระยะเวลาของผู้ที่ตนแทน แต่ถ้ากรรมการเหลือมีตั้งแต่ 9 คนขึ้นไป นายกสมาคมจะเลือกและแต่งตั้งผู้อื่นเป็นกรรมการแทนหรือไม่ก็ได้

ข้อที่ 20 ให้เป็นอำนาจของคณะกรรมการที่จะพิจารณาแต่งตั้งกรรมการที่ปรึกษาจากสมาชิกผู้มีเกียรติ อันสมควรแก่ตำแหน่งที่ปรึกษาของสมาคมตามจำนวนซึ่งคณะกรรมการเห็นสมควร
มติของคณะกรรมการในการแต่งตั้งกรรมการที่ปรึกษาของสมาคมต้องมีคะแนนเสียง 2 ใน 3 ของจำนวนคณะกรรมการ กรรมการที่ปรึกษาไม่มีสิทธิออกเสียงคะแนน และอยู่ในตำแหน่งเท่ากับระยะเวลาการดำรงตำแหน่งของคณะกรรมชุดที่แต่งตั้งตน
 

ข้อที่ 21 คณะกรรมการมีอำนาจและหน้าที่ในการดำเนินกิจการตามวัตถุประสงค์ของสมาคม และมีอำนาจกำหนดระเบียบข้อบังคับของสมาคมได้
 

ข้อที่ 22 คณะกรรมการอาจตั้งสาขาของสมาคม หรืออนุกรรมการ หรือผู้แทนของสมาคมเพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของสมาคม
 

ข้อที่ 23 กรรมการสมาคมดำรงตำแหน่งคราวละ 2 ปี
 

ข้อที่ 24 เมื่อนายกสมาคมตั้งกรรมการครบคณะแล้ว ให้คณะกรรมการชุดใหม่ไปจดทะเบียนภายในกำหนด 24 วัน นับแต่วันที่แต่งตั้ง
 

ข้อที่ 25 นายกสมาคมจะให้กรรมการเจ้าหน้าที่ผู้ใดพ้นจากตำแหน่งที่แต่งตั้งและตั้งกรรมการอื่นแทนก็ได้ กรรมการเจ้าหน้าที่ที่พ้นจากตำแหน่งเช่นว่ามานี้ยังคงเป็นกรรมการของสมาคมอยู่
 

ข้อที่ 26 กรรมการออกจากตำแหน่งเมื่อวาระ ลาออก หรือขาดจากสมาชิกภาพ กรรมการที่ออกจากตำแหน่งโดยเหตุใดๆก็ตาม ต้องรักษาการแทนจนกว่ามีกรรมการใหม่มารับหน้าที่แทน และให้มอบหมางานให้เสร็จสิ้นภายใน 1 เดือน นับแต่วันที่ได้มีการแต่งตั้งใหม่นั้น
 

ข้อที่ 27 นายกสมาคมมีอำนาจ และหน้าที่ควบคุมกิจการของสมาคมให้ดำเนินไปตามระเบียบข้อบังคับและมติของคณะกรรมการ เป็นหัวหน้ากรรมการเจ้าหน้าที่ และมีอำนาจบังคับบัญชาพนักงานของสมาคม
นายกสมาคมมีอำนาจแต่งตั้ง ถอดถอน ปูนบำเหน็จ และลงโทษพนักงานของสมาคม
 

ข้อที่ 28 ให้มีการประชุมคณะกรรมการอย่างน้อยสามเดือนหนึ่งครั้ง
 

ข้อที่ 29 นายกสมาคมเป็นประธานในที่ประชุมคณะกรรมการในที่ประชุมคณะกรรมการทุกครั้ง ให้เหรัญญิกแสดงฐานะทางการเงินของสมาคมให้คณะกรรมการทราบ
 

ข้อที่ 30 การประชุมคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่า 1 ใน 2 ของจำนวนคณะกรรมการ จึงถือเป็นองค์ประชุม
ถ้ามาประชุมไม่ครบตามวรรคแรก ให้เลขาธิการเรียกประชุมใหม่อีกครั้ง และกรรมการจะมาเท่าใดก็ถือว่าเป็นองค์ประชุม
 

ข้อที่ 31 นอกจากจะได้บังคับไว้เป็นอย่างอื่น มติของที่ประชุมคณะกรรมการให้ถือตามเสียงข้างมาก ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานมีคะแนนเสียงอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
การลงคะแนนเสียงในที่ประชุมคณะกรรมการนั้นให้ใช้วิธีเปิดเผยโดยการชูมือ แต่ถ้ากรรมการตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปร้องขอให้ลงคะแนนเป็นลับ ก็ให้ประธานถามที่ประชุมและให้ที่ประชุมคณะกรรมการลงมติว่าจะมีการลงคะแนนเป็นลับหรือเปิดเผย
 

ข้อที่ 32 กรรมการจำนวน 1 ใน 3 ของคณะกรรมการมีสิทธิขอเรียกประชุมกรรมการ เพื่อพิจารณาเรื่องสำคัญและรีบด่วน เกี่ยวกับการตามคำขอนี้ทันที และต้องนัดหมายให้ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน

หมวดที่ 6
การเงินและบัญชี

 

ข้อที่ 33 ให้คณะกรรมการมีหน้าที่ และรับผิดชอบเกี่ยวกับการจัดให้มี
1.บัญชีแสดงจำนวนเงินที่สมาคมได้รับและจ่าย ทั้งรายการอันเป็นเหตุให้ได้รับ หรือจ่ายเงินทุกรายการ
2.บัญชีแสดงจำนวนและมูลค่าของทรัพย์สิน และหนี้สินของสมาคม
3.การสำรองเงินไว้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ของรายได้ประจำปี
 

ข้อที่ 34 ให้เหรัญญิกของสมาคมมีหน้าที่รับจ่ายเงินของสมาคม จัดทำและเก็บรักษาบัญชีตามข้อ 33 พร้อมด้วยใบสำคัญและหลักฐานแสดงการรับและจ่ายเงิน ทำงบแสดงฐานะการเงินเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการทุกสามเดือน
 

ข้อที่ 35 เหรัญญิกเก็บรักษาเงินสดไว้ได้ไม่เกิน 5,000.- บาท ส่วนที่เกินให้นำฝากธนาคารที่คณะกรรมการกำหนดในนามของสมาคมนักเรียนเก่าเดินเรือพาณิชย์
 

ข้อที่ 36 การลงนามในเช็คเพื่อจ่ายเงินของสมาคม ให้นายกสมาคมหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายกับเหรัญญิกของสมาคมลงนาร่วมกัน พร้อมทั้งประทับตราของสมาคมเป็นสำคัญ
 

ข้อที่ 37 การรับเงินทุกประเภท เหรัญญิกต้องออกใบเสร็จรับเงินของสมาคมเป็นหลักฐาน เว้นแต่จะได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการ
การจ่ายเงินของสมาคมทุกรายการต้องมีใบสำคัญซึ่งแสดงรายการจำนวนเงิน และต้องได้รับอนุมัติจากนายกสมาคมหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย
 

ข้อที่ 38 การซื้อหรือการจำหน่ายทรัพย์สินของสมาคม ให้ขออนุมัติจากคณะกรรมการหรือที่ประชุมใหญ่แล้วแต่กรณี ดังนี้
1.ซื้อทรัพย์สินเกินกว่า 100,000.- บาท จะต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่
2.ซื้อทรัพย์สินเกินกว่า 20,000.- บาท จะต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการ
3.จำหน่ายทรัพย์สินเกินกว่า 5,000.- บาท ต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการ
4.จำหน่ายทรัพย์สินเกินกว่า 20,000.- บาท ต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่
 

ข้อที่ 39 ให้ถือวันที่ 30 กันยายน เป็นวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีประจำปีของสมาคม
คณะกรรมการต้องจัดทำงบแสดงการเงินของสมาคมที่ผ่านการตรวจสอบของผู้สอบบัญชี แล้วเสนอต่อที่ประชุมใหญ่ทุกรอบระยะเวลาบัญชี
 

ข้อที่ 40 ให้ที่ประชุมใหญ่เลือกตั้งผู้สอบบัญชีของสมาคมปีละหนึ่งคน ผู้สอบบัญชีควรจะได้สินจ้างเท่าใด ให้ที่ประชุมใหญ่กำหนด ผู้สอบบัญชีจะต้องมิใช่กรรมการหรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในกิจการของสมาคม และจะต้องเป็นผู้สอบบัญชีที่ได้รับอนุญาต
ในกรณีที่ตำแหน่งผู้สอบบัญชีว่างลงระหว่างปี ให้คณะกรรมการนัดเรียกประชุมใหญ่วิสามัญเพื่อเลือกตั้งผู้สอบบัญชีของสมาคมใหม่

หมวดที่ 7
การประชุมใหญ่

 

ข้อที่ 41 ให้คณะกรรมการจัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปีๆละครั้ง ภายใน 120 วัน นับแต่วันครบรอบบัญชี
 

ข้อที่ 42 ให้คณะกรรมการแจ้งวันนัดประชุมให้สมาชิกทราบโดยวิธีต่อไปนี้อย่างน้อย 2 วิธี
1.ประกาศในหนังสือพิมพ์รายวันไม่น้อยกว่า 5 ครั้ง
2.ประกาศทางวิทยุกระจายเสียงไม่น้อยกว่า 3 ครั้ง
3.ส่งหนังสือถึงสมาชิกทุกคนโดยทางไปรษณีย์
4.วิธีอื่นๆตามที่คณะกรรมการเห็นชอบ
การประกาศ จะต้องทำก่อนหน้าการประชุมใหญ่ไม่น้อยกว่า 30 วัน
ในกรณีที่มีการแจ้งวันนัดประชุมตามข้อ 42 (1), (2) ให้คณะกรรมการปิดประกาศงบแสดงฐานะทางการเงินไว้ ณ ที่ทำการสมาคม
 

ข้อที่ 43 ให้นายกสมาคมจัดให้มีการปิดประกาศสำเนางบดุลและบัญชีรายละเอียดการเงินไว้ ณ ที่ทำการสมาคม ก่อนหน้าการประชุมใหญ่สามัญไม่น้อยกว่า 15 วัน
 

ข้อที่ 43 ทวิ การประชุมใหญ่จะต้องมีสมาชิก ซึ่งมีสิทธิออกเสียงอยู่ในที่ประชุมไม่น้อยกว่า 1 ใน 2 ของจำนวนสมาชิกสามัญทั้งหมดจึงเป็นองค์ประชุม
 

ข้อที่ 43 ตรี ถ้ามีสมาชิกมาประชุมไม่ครบตามข้อ 43 ทวิ ให้เรียกประชุมใหม่อีกครั้ง และจะมีสมาชิกมาประชุมเท่าใดก็ให้ถือว่าครบองค์ประชุม
 

ข้อที่ 43 จัตวา ในกรณีที่สมาชิกสามัญไม่สามารถมาประชุมใหญ่สามัญประจำปีได้ สมาชิกสามารถลงคะแนนเสียงด้วยการกรอกข้อความเป็นการลงคะแนนในบัตรที่ทางคณะกรรมการกำหนด โดยจะต้องส่งถึงคณะกรรมการด้วยซองปิดผนึกทางไปรษณีย์ก่อนการประชุมไม่น้อยกว่า 3 วัน
คณะกรรมการจะต้องส่งบัตรลงคะแนนพร้อมด้วยวาระการประชุมตลอดจนถึงงบแสดงฐานะทางการเงินต่างๆของมาคม และเรื่องอื่นๆที่มีการประชุม พร้อมทั้งรายละเอียดต่างๆไปยังสมาชิกโดยทางไปรษณีย์ พร้อมกับการแจ้งนัดการประชุม
ให้นับบัตรลงคะแนนเสียงในที่ประชุมใหญ่ และถือเสมือนกับสมาชิกได้มาออกเสียงด้วยตนเอง
 

ข้อที่ 44 ให้นายกสมาคมเป็นประธานในที่ประชุมใหญ่ ถ้าหากนายกสมาคมมิได้อยู่เป็นประธาน ให้อุปนายกสมาคมเป็นประธานแทน ในกรณีที่นายกสมาคมและอุปนายกสมาคมไม่อยู่ ให้เลขาธิการสมาคมเป็นประธานในที่ประชุมแทน
 

ข้อที่ 45 ที่ประชุมใหญ่มีอำนาจและหน้าที่ดังนี้
1.เลือกตั้งนายกสมาคมภายใต้ข้อบังคับสมาคมที่ 23 และผู้สอบบัญชี
2.พิจารณาลงแสดงฐานะการเงินของสมาคม
3.พิจารณาเรื่องที่คณะกรรมการนำขึ้นปรึกษา
4.พิจารณาข้อเสนอของสมาชิกซึ่งยื่นไว้โดยชอบด้วยข้อบังคับ
 

ข้อที่ 46 สมาชิกสามัญมีสิทธิลงคะแนนเสียงคนละหนึ่งเสียง
การออกเสียงลงคะแนนเป็นสิทธิเฉพาะตัวของสมาชิก จะแต่งตั้งตัวแทนในการลงคะแนนไม่ได้
สมาชิกสมทบและสมาชิกกิตติมศักดิ์ ไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุม
 

ข้อที่ 47 การออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมให้ใช้วิธีชูมือ เว้นแต่สมาชิกไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของสมาชิกสามัญที่เข้าประชุมร้องขอให้ลงคะแนนลับ ก็จัดให้มีการลงคะแนนลับ
 

ข้อที่ 48 คณะกรรมการอาจเรียกให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญก็ได้
ในกรณีที่สมาชิกสามัญไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของจำนวนสมาชิกลงชื่อร้องขอให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญ ให้นายกสมาคมเรียกประชุมใหญ่วิสามัญภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำร้องขอนั้น
 

ข้อที่ 49 มติในที่ประชุมใหญ่ให้ถือตามเสียงข้างมาก หากคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงได้อีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
 

ข้อที่ 50 การประชุมใหญ่เพื่อแก้ไขข้อบังคับ จะต้องมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกสามัญทั้งหมด และใช้ข้อบังคับ 43 จัตวา โดยอนุโลม มติของที่ประชุมใหญ่ในการให้เปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับ จะต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของสมาชิกที่มาประชุม

หมวดที่ 8
เบ็ดเตล็ด

 

ข้อที่ 51 ในการประชุมทุกประเภท ให้เลขาธิการสมาคมเป็นเลขาธิการที่ประชุมโดยตำแหน่ง มีหน้าที่ในการจัดระเบียบวาระการประชุม บันทึกรายงานการประชุมเก็บไว้เป็นหลักฐาน
กรณีที่เลขาธิการหรือผู้ช่วยเลขาธิการไม่อาจทำการได้ ให้นายกสมาคมตั้งกรรมการอื่นปฎิบัติหน้าที่แทนได้
 

ข้อที่ 52 หากสมาคมต้องเลิกไปตามกฎหมาย และมีทรัพย์สินของสมาคมคงเหลืออยู่ให้ตกเป็นของกรมเจ้าท่า เพื่อใช้ในกิจการของโรงเรียนเดินเรือพาณิชย์ ศูนย์ฝึกพาณิชย์นาวี ให้ผู้ที่ชำระบัญชีโอนมอบทรัพย์สินดังกล่าวให้เสร็จภายใน 6 เดือน นับแต่วันเลิกสมาคม

หมวดที่ 9
บทเฉพาะกาล

 

ข้อที่ 53 ข้อบังคับนี้ ให้เริ่มใช้นับตั้งแต่วันที่สมาคมได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลเป็นต้นไป
 

ข้อที่ 54 เมื่อสมาคมได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลจากทางราชการ ก็ให้ถือว่าผู้ริเริ่มการทั้งหมดเป็นสมาชิกสามัญ และรักษาการในตำแหน่งกรรมการของสมาคมเพื่อรับสมัครสมาชิก และเมื่อรับสมัครสมาชิกสามัญได้จำนวนพอสมควร ก็ให้มีการจัดการประชุมใหญ่ขึ้นเพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการชุดแรกของสมาคม แต่ทั้งนี้ต้องดำเนินการจัดประชุมใหญ่ให้เสร็จสิ้นภายใน 1 ปี นับแต่วันที่สมาคมได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนนิติบุคคล
 

ลงชื่อ ผู้ร่างข้อบังคับ
(นายสุขิน รัตนเสถียร)

 


Thursday, 16 October 2008 15:32
Last Updated ( Tuesday, 21 October 2008 16:18 )
 

Who's Online

We have 19 guests online

Advertisement

e-mail : captaindondon13@hotmail.com
Tel.0-2911-1138-9
Mob.089-816-5021
Pearl Shipping Services Co.,Ltd.
- SHIPPING AGENCY
- CHAPRERING, BRODERAGE FOR TONNAGE & FERIGHT
- SHIP MANAGEMENT
T. 02-2740054-9
F.02-2740328-29
Sea Monarch Co.,Ltd.
Business : Marine Insurance
e-mail : pichaijl@yahoo.com
T.662-970-6487 F.662-970-7023
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

Visitors Counter

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday145
mod_vvisit_counterYesterday360
mod_vvisit_counterThis week1591
mod_vvisit_counterThis month3319
mod_vvisit_counterAll182353

News letter

Receive HTML?