| ข้อบังคับสมาคม |
ข้อบังคับ สมาคมนักเรียนเก่าเดินเรือพาณิชย์ หมวดที่ 1 ข้อที่ 1 สมาคมนี้มีชื่อว่า “สมาคมนักเรียนเก่าเดินเรือพาณิชย์ ” เครื่องหมายของสมาคมเป็นรูปวงกลมล้อมรอบรูปสมอเรือ รองรับด้วยช่อชัยพฤกษ์ จารึกด้วยอักษรโค้งรอบบนว่า “สมาคมนักเรียนเก่าเดินเรือพาณิชย์” ข้อที่ 2 สมาคมนี้มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ บ้านเลขที่ 1622 ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร ข้อที่ 3 วัตถุประสงค์ของสมาคมคือ หมวดที่ 2 ข้อที่ 5 สมาชิกของสมาคมนี้มี 3 ประเภท คือ
ข้อที่ 7 เมื่อเลขาธิการได้รับใบสมัครที่มีผู้ยื่นของสมัครเข้าเป็นสมาชิกแล้ว ให้เลขาธิการทำบัญชีรายชื่อผู้ขอสมัครประกาศไว้ ณ ที่ทำการสมาคมเป็นเวลา 30 วัน ข้อที่ 8 ถ้าคณะกรรมการมีมติไม่ยอมรับผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิกด้วยเหตุใดๆก็ตาม ผู้สมัครนั้นจะยื่นคำขอสมัครเป็นสมาชิกประเภทนั้นๆ ไม่ได้ภายในกำหนดหนึ่งปี นับตั้งแต่วันที่เลขาธิการแจ้งการไม่ยอมรับ และถ้าคณะกรรมการมีมติไม่ยอมรับผู้ใดเป็นสมาชิกถึงสามคราวแล้ว ผู้นั้นหมดสิทธิ์ที่จะขอสมัครเป็นสมาชิกต่อไป ข้อที่ 9 สมาชิกสามัญและสมาชิกสมทบ ต้องเสียค่าจดทะเบียนในการสมัครเป็นสมาชิก โดยสมาชิกสามัญคนละ 500.- บาท และสมาชิกสมทบคนละ 100.- บาท โดยชำระพร้อมกับการยื่นคำขอสมัครเป็นสมาชิก เงินค่าสมัครนี้สมาคมจะไม่คืนให้ไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น หมวดที่ 3 ข้อที่ 10 สมาชิกมีสิทธิใช้สถานที่ สโมสร สนามกีฬา และสวัสดิการต่างๆของสมาคมตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนดไว้ และสามารถประดับเครื่องหมาย และใช้เครื่องแบบของสมาคมได้ ข้อที่ 11 สมาชิกอาจแสดงความคิดเห็นเป็นหนังสือเกี่ยวกับกิจการของสมาคมส่งไปยังคณะกรรมการ เมื่อไม่ได้รับความเป็นชอบ หรือไม่พอใจในผลการพิจารณา จะเสนอต่อที่ประชุมใหญ่คราวต่อไปก็ได้ แต่ต้องยื่นความประสงค์เป็นหนังสือต่อเลขาธิการก่อนการประชุมไม่น้อยกว่า 30 วัน
ข้อที่ 13 สมาชิกมีสิทธิที่จะเข้าร่วมประชุมใหญ่สามัญและประชุมใหญ่วิสามัญ ทั้งมีสิทธิขอรับทราบ หรือตรวจดูกิจการการบัญชี การเงิน การทะเบียนของสมาคมได้ แต่ต้องยื่นความจำนงเป็นหนังสือต่อคณะกรรมการล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน ข้อที่ 14 สมาชิกมีหน้าที่ดังต่อไปนี้ หมวดที่ 4
ข้อที่ 16 สมาชิกใดประสงค์จะลาออกจากสมาชิกภาพ ต้องแจ้งความประสงค์เป็นลายลักษณ์อักษรไปยังเลขาธิการสมาคม เมื่อเลขาธิการสมาคมได้รับแจ้งแล้วให้นำเสนอคณะกรรมการเพื่อทราบ
ข้อที่ 18 คะแนนเสียงของคณะกรรมการในการลบชื่อสมาชิกต้องมีจำนวน 2 ใน 3 ของจำนวนคณะกรรมการของสมาคม หมวดที่ 5 ข้อที่ 19 คณะกรรมการของสมาคมให้เลือกจากสมาชิกสามัญ นายกสมาคมต้องเลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ่ ข้อที่ 21 คณะกรรมการมีอำนาจและหน้าที่ในการดำเนินกิจการตามวัตถุประสงค์ของสมาคม และมีอำนาจกำหนดระเบียบข้อบังคับของสมาคมได้ ข้อที่ 22 คณะกรรมการอาจตั้งสาขาของสมาคม หรืออนุกรรมการ หรือผู้แทนของสมาคมเพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของสมาคม ข้อที่ 23 กรรมการสมาคมดำรงตำแหน่งคราวละ 2 ปี ข้อที่ 24 เมื่อนายกสมาคมตั้งกรรมการครบคณะแล้ว ให้คณะกรรมการชุดใหม่ไปจดทะเบียนภายในกำหนด 24 วัน นับแต่วันที่แต่งตั้ง ข้อที่ 25 นายกสมาคมจะให้กรรมการเจ้าหน้าที่ผู้ใดพ้นจากตำแหน่งที่แต่งตั้งและตั้งกรรมการอื่นแทนก็ได้ กรรมการเจ้าหน้าที่ที่พ้นจากตำแหน่งเช่นว่ามานี้ยังคงเป็นกรรมการของสมาคมอยู่ ข้อที่ 26 กรรมการออกจากตำแหน่งเมื่อวาระ ลาออก หรือขาดจากสมาชิกภาพ กรรมการที่ออกจากตำแหน่งโดยเหตุใดๆก็ตาม ต้องรักษาการแทนจนกว่ามีกรรมการใหม่มารับหน้าที่แทน และให้มอบหมางานให้เสร็จสิ้นภายใน 1 เดือน นับแต่วันที่ได้มีการแต่งตั้งใหม่นั้น ข้อที่ 27 นายกสมาคมมีอำนาจ และหน้าที่ควบคุมกิจการของสมาคมให้ดำเนินไปตามระเบียบข้อบังคับและมติของคณะกรรมการ เป็นหัวหน้ากรรมการเจ้าหน้าที่ และมีอำนาจบังคับบัญชาพนักงานของสมาคม ข้อที่ 28 ให้มีการประชุมคณะกรรมการอย่างน้อยสามเดือนหนึ่งครั้ง ข้อที่ 29 นายกสมาคมเป็นประธานในที่ประชุมคณะกรรมการในที่ประชุมคณะกรรมการทุกครั้ง ให้เหรัญญิกแสดงฐานะทางการเงินของสมาคมให้คณะกรรมการทราบ ข้อที่ 30 การประชุมคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่า 1 ใน 2 ของจำนวนคณะกรรมการ จึงถือเป็นองค์ประชุม ข้อที่ 31 นอกจากจะได้บังคับไว้เป็นอย่างอื่น มติของที่ประชุมคณะกรรมการให้ถือตามเสียงข้างมาก ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานมีคะแนนเสียงอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด ข้อที่ 32 กรรมการจำนวน 1 ใน 3 ของคณะกรรมการมีสิทธิขอเรียกประชุมกรรมการ เพื่อพิจารณาเรื่องสำคัญและรีบด่วน เกี่ยวกับการตามคำขอนี้ทันที และต้องนัดหมายให้ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน หมวดที่ 6 ข้อที่ 33 ให้คณะกรรมการมีหน้าที่ และรับผิดชอบเกี่ยวกับการจัดให้มี ข้อที่ 34 ให้เหรัญญิกของสมาคมมีหน้าที่รับจ่ายเงินของสมาคม จัดทำและเก็บรักษาบัญชีตามข้อ 33 พร้อมด้วยใบสำคัญและหลักฐานแสดงการรับและจ่ายเงิน ทำงบแสดงฐานะการเงินเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการทุกสามเดือน ข้อที่ 35 เหรัญญิกเก็บรักษาเงินสดไว้ได้ไม่เกิน 5,000.- บาท ส่วนที่เกินให้นำฝากธนาคารที่คณะกรรมการกำหนดในนามของสมาคมนักเรียนเก่าเดินเรือพาณิชย์ ข้อที่ 36 การลงนามในเช็คเพื่อจ่ายเงินของสมาคม ให้นายกสมาคมหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายกับเหรัญญิกของสมาคมลงนาร่วมกัน พร้อมทั้งประทับตราของสมาคมเป็นสำคัญ ข้อที่ 37 การรับเงินทุกประเภท เหรัญญิกต้องออกใบเสร็จรับเงินของสมาคมเป็นหลักฐาน เว้นแต่จะได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการ ข้อที่ 38 การซื้อหรือการจำหน่ายทรัพย์สินของสมาคม ให้ขออนุมัติจากคณะกรรมการหรือที่ประชุมใหญ่แล้วแต่กรณี ดังนี้ ข้อที่ 39 ให้ถือวันที่ 30 กันยายน เป็นวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีประจำปีของสมาคม ข้อที่ 40 ให้ที่ประชุมใหญ่เลือกตั้งผู้สอบบัญชีของสมาคมปีละหนึ่งคน ผู้สอบบัญชีควรจะได้สินจ้างเท่าใด ให้ที่ประชุมใหญ่กำหนด ผู้สอบบัญชีจะต้องมิใช่กรรมการหรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในกิจการของสมาคม และจะต้องเป็นผู้สอบบัญชีที่ได้รับอนุญาต หมวดที่ 7 ข้อที่ 41 ให้คณะกรรมการจัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปีๆละครั้ง ภายใน 120 วัน นับแต่วันครบรอบบัญชี ข้อที่ 42 ให้คณะกรรมการแจ้งวันนัดประชุมให้สมาชิกทราบโดยวิธีต่อไปนี้อย่างน้อย 2 วิธี ข้อที่ 43 ให้นายกสมาคมจัดให้มีการปิดประกาศสำเนางบดุลและบัญชีรายละเอียดการเงินไว้ ณ ที่ทำการสมาคม ก่อนหน้าการประชุมใหญ่สามัญไม่น้อยกว่า 15 วัน ข้อที่ 43 ทวิ การประชุมใหญ่จะต้องมีสมาชิก ซึ่งมีสิทธิออกเสียงอยู่ในที่ประชุมไม่น้อยกว่า 1 ใน 2 ของจำนวนสมาชิกสามัญทั้งหมดจึงเป็นองค์ประชุม ข้อที่ 43 ตรี ถ้ามีสมาชิกมาประชุมไม่ครบตามข้อ 43 ทวิ ให้เรียกประชุมใหม่อีกครั้ง และจะมีสมาชิกมาประชุมเท่าใดก็ให้ถือว่าครบองค์ประชุม ข้อที่ 43 จัตวา ในกรณีที่สมาชิกสามัญไม่สามารถมาประชุมใหญ่สามัญประจำปีได้ สมาชิกสามารถลงคะแนนเสียงด้วยการกรอกข้อความเป็นการลงคะแนนในบัตรที่ทางคณะกรรมการกำหนด โดยจะต้องส่งถึงคณะกรรมการด้วยซองปิดผนึกทางไปรษณีย์ก่อนการประชุมไม่น้อยกว่า 3 วัน ข้อที่ 44 ให้นายกสมาคมเป็นประธานในที่ประชุมใหญ่ ถ้าหากนายกสมาคมมิได้อยู่เป็นประธาน ให้อุปนายกสมาคมเป็นประธานแทน ในกรณีที่นายกสมาคมและอุปนายกสมาคมไม่อยู่ ให้เลขาธิการสมาคมเป็นประธานในที่ประชุมแทน ข้อที่ 45 ที่ประชุมใหญ่มีอำนาจและหน้าที่ดังนี้ ข้อที่ 46 สมาชิกสามัญมีสิทธิลงคะแนนเสียงคนละหนึ่งเสียง ข้อที่ 47 การออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมให้ใช้วิธีชูมือ เว้นแต่สมาชิกไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของสมาชิกสามัญที่เข้าประชุมร้องขอให้ลงคะแนนลับ ก็จัดให้มีการลงคะแนนลับ ข้อที่ 48 คณะกรรมการอาจเรียกให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญก็ได้ ข้อที่ 49 มติในที่ประชุมใหญ่ให้ถือตามเสียงข้างมาก หากคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงได้อีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด ข้อที่ 50 การประชุมใหญ่เพื่อแก้ไขข้อบังคับ จะต้องมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกสามัญทั้งหมด และใช้ข้อบังคับ 43 จัตวา โดยอนุโลม มติของที่ประชุมใหญ่ในการให้เปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับ จะต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของสมาชิกที่มาประชุม หมวดที่ 8 ข้อที่ 51 ในการประชุมทุกประเภท ให้เลขาธิการสมาคมเป็นเลขาธิการที่ประชุมโดยตำแหน่ง มีหน้าที่ในการจัดระเบียบวาระการประชุม บันทึกรายงานการประชุมเก็บไว้เป็นหลักฐาน ข้อที่ 52 หากสมาคมต้องเลิกไปตามกฎหมาย และมีทรัพย์สินของสมาคมคงเหลืออยู่ให้ตกเป็นของกรมเจ้าท่า เพื่อใช้ในกิจการของโรงเรียนเดินเรือพาณิชย์ ศูนย์ฝึกพาณิชย์นาวี ให้ผู้ที่ชำระบัญชีโอนมอบทรัพย์สินดังกล่าวให้เสร็จภายใน 6 เดือน นับแต่วันเลิกสมาคม หมวดที่ 9 ข้อที่ 53 ข้อบังคับนี้ ให้เริ่มใช้นับตั้งแต่วันที่สมาคมได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลเป็นต้นไป ข้อที่ 54 เมื่อสมาคมได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลจากทางราชการ ก็ให้ถือว่าผู้ริเริ่มการทั้งหมดเป็นสมาชิกสามัญ และรักษาการในตำแหน่งกรรมการของสมาคมเพื่อรับสมัครสมาชิก และเมื่อรับสมัครสมาชิกสามัญได้จำนวนพอสมควร ก็ให้มีการจัดการประชุมใหญ่ขึ้นเพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการชุดแรกของสมาคม แต่ทั้งนี้ต้องดำเนินการจัดประชุมใหญ่ให้เสร็จสิ้นภายใน 1 ปี นับแต่วันที่สมาคมได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนนิติบุคคล ลงชื่อ ผู้ร่างข้อบังคับ
|
| Thursday, 16 October 2008 15:32 | |
| Last Updated ( Tuesday, 21 October 2008 16:18 ) |
Who's Online
We have 19 guests onlinePopular
Latest News
Advertisement
Visitors Counter







![]() | Today | 145 |
![]() | Yesterday | 360 |
![]() | This week | 1591 |
![]() | This month | 3319 |
![]() | All | 182353 |
(0 vote)

















_Co.,Ltd..jpg)

















