| คณะโลจิสติกส์ ม. บูรพา |
Q : ขอให้ช่วยแนะนำตัวดัวยค่ะ สวัสดีค่ะ นางสาวบัวบูชา ทองสาริ บัวค่ะ เป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะโลจิสติกส์ สาขาการจัดการอุตสาหกรรมพาณิชยนาวี มหาวิทยาลัยบูรพาค่ะ
Q : คณะโลจิสติกส์ที่ ม.บูรพา แบ่งเป็นสาขาอะไรบ้างค่ะ แล้วการสมัครเข้าเรียนต้องทำอย่างไรบ้าง บัว : ก่อนหน้านี้จะเรียกว่า วิทยาลัยการพาณิชยนาวี และต่อมาก็มาเป็นคณะโลจิสติกส์ ของมหาวิทยาลัย ซึ่งจะมีคณะบดีเป็นผู้บริหาร แบ่งสาขาออกเป็น 3 สาขา คือ 1. วิทยาการเดินเรือ เรียนหลักสูตร 5 ปี คุณสมบัติจะเหมือนกับที่ พน. คือรับเฉพาะผู้ชาย และมีการทดสอบสมรรถภาพร่างกายตามที่วิทยาลัยกำหนด 2. การจัดการอุตสาหกรรมพาณิชยนาวี (Maritime Industrial Management) เรียน 4 ปี โดยแบ่งเป็นภาคปกติรับ 50 คน และภาคพิเศษ 50 คน 3. การจัดการโลจิสติกส์ เรียน 4 ปี เหมือนกันค่ะ และก็รับภาคปกติ 50 และ ภาคพิเศษ 50
ส้ม : แนะว่าให้ติดตามข่าวการรับสมัครทาง website ของมหาวิทยาลัยนะค่ะว่าจะมีการประกาศรับสมัครเมื่อไร สำหรับของส้มเองได้รับข้อมูลจากรุ่นพี่ที่เรียนอยู่แล้ว และหาข้อมูลเพิ่มเติมด้วย
Q : ภาคปกติ และภาคพิเศษ ต่างกันยังไงค่ะ บัว : ภาคปกติ จะเรียนจันทร์-ศุกร์ และภาคพิเศษบางครั้งจะมีการเรียนวันเสาร์-อาทิตย์ด้วย และที่สำคัญภาคพิเศษจะเสียค่าหน่วยกิจมากกว่า และจะต้องลงเรียนช่วงซัมเมอร์ทุกเทอม เพื่อที่จะได้เรียนให้มีหน่วยกิจที่เท่ากับภาคปกติ เพราะภาคปกติจะมีการเรียนที่เเน่นกว่าในเเต่ละเทอม แต่การเรียนวิชาพื้นฐานก็เรียนเหมือนกันค่ะ ก็เป็นการเรียนในลักษณะมหาวิทยาลัยเหมือนกัน แต่จริงๆแล้วบางวิชาที่มีอาจารย์พิเศษจากภายนอกมาสอน ก็ต้องเรียนวันเสาร์-อาทิตย์ด้วย ตอนแรกที่บัวเข้ามา คะแนน Entrance ไม่ถึงที่จะเรียนภาคปกติ บัวก็สอบเพื่อเข้าเรียนภาคพิเศษ และที่คณะฯจะให้สิทธินักศึกษาที่ได้คะแนน Top 5 ของภาคพิเศษ เพื่อให้เข้ามาเรียนในภาคปกติค่ะ โดยจะดูเกรดจากการเรียนตอนปี 1 และจะให้ย้ายได้ตอนปี 2 แต่ทั้งนี้ต้องดูด้วยว่าภาคปกติมีที่ว่างหรือไม่ แต่นักศึกษาบางคนที่เป็น Top 5 ก็ไม่ได้เป็นมาเรียนภาคปกตินะค่ะ แต่ที่บัวย้ายภาคเพราะชอบลักษณะการเรียนในภาคปกติที่มีการถาม-ตอบ ตลอดเวลา การเรียนจะสนุกมาก เป็นการเรียนแบบ Two-way Communication
ส้ม : ส้ม Entrance ติดภาคปกติค่ะ ในรุ่นที่ว่ารับ 50 คนนั้น จะมาจากโควต้าภาคตะวันออกส่วนหนึ่ง และอีกส่วนหนึ่งก็มาจากการ Entrance แต่เราจะไม่ทราบจำนวนว่ารับโควต้าเท่าไรนะ Entrance ติดกันมาเท่าไร เวลาที่เข้ามาแล้วก็จะมารู้กันที่หลัง ของส้มและบัวเป็นการ Entrance รุ่นสุดท้ายแล้วค่ะ ตอนนี้ก็ใช่คะแนน Admission ส้ม/บัว : ตอนปี 1 จะมีการเรียนรวมกันหมด แล้วจึงมาเลือกสาขาที่หลัง ยกเว้นเดินเรือที่จะเลือกสาขาตั้งแต่ครั้งแรก มีบ้างที่บางคนที่เรียนเดินเรือแล้วคิดว่าไม่ใช่สิ่งที่ตัวเองถนัดก็ย้ายไปเรียน การจัดการ แต่สำหรับคนที่เรียนสาขาอื่น ต้องการจะย้ายไปเรียนสาขาเดินเรือก็ได้ มหาวิทยาลัยให้โอกาส แต่คณะบดีท่านจะเป็นผู้พิจารณาโดยการทดสอบร่างกายว่า นักศึกษาคนนั้นๆมีความพร้อมหรือไม่
Q : บรรยากาศการเรียนการสอนที่คณะเป็นยังไงบ้างค่ะ และมีเทคนิคในการเรียนอย่างไร ส้ม : ของแต่ละคนจะไม่เหมือนกัน ส่วนตัวส้มเวลาเรียนคือเรียน เวลาเที่ยวคือเที่ยว ก่อนที่จะสอบจะต้องเตรียมตัวอ่านหนังสือโดยการจัดเวลาให้เหมาะสม ในการเรียนทุกครั้งที่จบ Class เราจะมาเช็คเลคเชอร์กันตลอดว่าตรงมั้ย ในรุ่นจะช่วยเหลือกัน อย่างบางวิชาที่อาจารย์ท่านให้เนื้อหาที่กว้างมากๆเราก็จะมาสรุปกันอีกครั้งในกลุ่มเพื่อนๆว่าที่เราเข้าใจนะตรงกันมั้ย ในรุ่นมีนะค่ะที่สอบแคลฯได้เต็มร้อย ซึ่งกลายเป็นว่าคะแนนแข่งกับคณะวิศวะ บัว : สำหรับบัวก็เหมือนกันค่ะ คือ Work hard , play harder ก่อนสอบก็อ่านหนังสือให้เต็มที่ แต่ไม่ใช่อดหลับอดนอนอ่านเฉพาะก่อนสอบ และเวลาเรียนในชั้นเราก็ต้องเรียนอย่างตั้งใจ และให้เข้าใจด้วย เพราะจะช่วยได้มาก มีอะไรที่ไม่เข้าใจต้องถามอาจารย์ท่านเลย เวลาท่านถามมาก็ตอบคำถามไม่ต้องไปกลัวว่าจะตอบผิด กลุ่มเพื่อนก็จะ มีการทบทวนตลอดเวลาค่ะ
Q : การทำกิจกรรมร่วมกันที่คณะมีบ้างมั้ยค่ะ บัว : คณะโลจิสติกส์ทั้ง 3 สาขาที่รวมพี่ๆเดินเรือด้วย เราก็มีกิจกรรมที่เรียกว่า พี่Take น้องTake (Take care) เหมือนการตามหาสายรหัสตัวเอง ซึ่งทำให้เราได้รู้จักกันหมดทั้งคณะ และมีกีฬาสีทั้งในคณะเอง และของมหาวิทยาลัย ส้ม : แล้วก็มีการทำกิจกรรมเพื่อสังคม แต่อยู่ในรายวิชาเรียกว่า สหกิจ วิชานี้จะเป็นการคละกันทุกคณะให้มีการจับกลุ่มและทำโปรเจคร่วมกัน ของส้มทำเรื่องบ้านพักคนชรา ก็ต้องทำทุกอย่างรวมทั้งการไปทำกิจกรรมจริงๆที่บ้านพักคนชรา สนุกมากค่ะ
ส้ม/บัว : อ้อ!!..แล้วที่คณะก็มีการเลือกนายกสโมสร ที่ผ่านมาจะเป็นพี่จากเดินเรือที่เป็นนายกสโมสร และสาขาเดินเรือเองก็จะมีการคัดเลือกนักเรียนปกครองเป็นการภายในอีกด้วยค่ะ นักเรียนเดินเรือที่ ม.บูรพา ก็จะมีกฎระเบียบด้วย ปี 1 ต้องอยู่หอพักใน มีการวิ่งออกกำลังกาย มีการเข้ายาม เข้าแถวชักธงตอนเช้า
Q : ขอถามเรื่องการฝึกงานค่ะ บัว/ส้ม : การฝึกงานก็จะมีในเทอมสุดท้ายของนักศึกษาชั้นปีที่ 4 โดยใช้เวลา 4 เดือน ตลอดการฝึกงานเราต้องทำ Weekly Report ส่งไปที่ฝ่ายบุคคลของบริษัท ต่อจากนั้นจะส่งไปให้ผู้จัดการในแผนกที่เราไปฝึก แล้วคณะก็จะส่งแบบการประเมินมายังฝ่ายบุคคลของแต่ละบริษัท และเมื่อครบเวลาการฝึกแล้ว เราต้องทำ Paper และ Present ให้คณาจารย์ท่านอีกครั้ง จะผ่านการฝึกงานหรือไม่ ก็ต้องขึ้นกับ Comment ของบริษัทที่เราไปฝึกด้วย เราถือเอาเกณฑ์การประเมินจากบริษัทเป็นมาตรฐาน เพราะเราต้องให้เกียรติกับบริษัทที่เราไปฝึกด้วยค่ะ
Q : ทางคณะเป็นผู้เลือกบริษัทให้นักศึกษารึคะ บัว :ทางคณะจะมีรายชื่อบริษัทมาให้ค่ะ แล้วให้นักศึกษาเลือกโดยวัดจากเกณฑ์การเรียน นักศึกษาที่มีคะแนนดีก็จะได้เลือกบริษัทก่อน บริษัทที่ให้นักศึกษาไปฝึกก็จะมีหลายๆที่ ไม่ว่าจะเป็นบริษัทเรือ บริษัทที่ทำ Import/Export บริษัทเอกชนที่ท่าเรือ และอีกหลายที่ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับงานโลจิสติกส์ ของบัวและส้ม เลือกมาฝึกงานกับ โทรีเซนฯ ค่ะ
Q : แล้วการมาฝึกงานที่ โทรีเซน ต้องทำอะไรบ้างคะ
บัว : เรียนรู้ทุกอย่างที่เป็นโทรีเซนฯค่ะ ต้องทำทุกฝ่ายโดยฝ่ายละประมาณ 2 สัปดาห์ เพื่อให้เราได้ทราบภาพรวมของการทำงานว่าแต่ละส่วนสัมพันธ์เชื่อมโยงกันอย่างไร เพราะตอนที่เรียนเรามีข้อมูลเพียงตัวอักษร เราไม่สามารถเชื่อมโยงได้ถ้าเราไม่ได้เห็นภาพจริง พอได้มาฝึกงานจริงๆทำให้เข้าใจมากขึ้น ส้ม : ส้ม กับ บัว ก็จะฝึกเวียนกันไปเป็นวงกลมค่ะ ซึ่งตอนนี้ส้มฝึกส่วนของ แผนก Training พอครบกำหนดก็จะไปยังฝ่ายอื่น แล้วบัวก็จะมาแทนที่แผนก Training ต่อ
Q : มีความรู้สึกอย่างไรบ้างค่ะที่มาฝึกงานกับพี่ๆที่โทรีเซนฯ บัว : ประทับใจมากค่ะ และเป็นเกียรติมากที่ได้มาฝึกที่โทรีเซนฯ ไม่ได้มีแต่ความรู้เท่านั้นที่ได้จากการฝึกงาน พี่ๆยังสอนเรื่องการพัฒนาตนเองด้วย บัวชอบระบบ Seniority น่ะค่ะ พี่ๆจะให้ความเคารพกันในองค์กรด้วย
ส้ม : พี่ๆเค้าจะให้ความสำคัญกับนักศึกษาฝึกงานมาก จะคอยถามเสมอว่าเข้าใจมั้ย มีความรู้รึป่าว นอกจากความรู้ที่พี่ๆสอนแล้ว พี่ๆยังสอนเรื่องการใช้ชีวิตด้วยค่ะ
Q : มีสิ่งไหนที่จะแนะนำผู้ที่สนใจจะศึกษาหาข้อมูลเพื่อเป็นทางเลือกหนึ่งในการศึกษาทางด้านโลจิสติกส์บ้างค่ะ บัว : ตอนนี้ก็มีหลายสถาบันที่เป็นการเรียนการสอนเกี่ยวกับโลจิสติกส์ สำหรับน้องที่สนใจก็ให้เข้าไปดูได้ที่ website ของแต่ละสถาบัน หรือของคณะที่ตนเองสนใจ หรือจะเข้าไป post คำถามที่สงสัยได้นะค่ะ ส้ม : ก็ให้ศึกษาข้อมูลให้ดี เพื่อใช้ในการตัดสินใจ สำหรับของคณะก็เข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ www.buu.ac.th
สำหรับ การวางแผนในอนาคต น้องทั้งสองท่านบอกว่า ในปัจจุบันมีการแข่งขันที่สูง คิดว่าการจบในระดับปริญญาตรีนั้นถือว่าน้อยเกินไปในปัจจุบัน แต่ก็ไม่ได้คิดว่าจะเริ่มเรียนเลยหลังจากที่จบปริญญาตรีแล้ว เนื่องจากต้องการทำงานก่อนเพื่อให้ทราบว่าชอบอะไรแล้วอยากจะเรียนต่อทางด้านไหนเพื่อที่จะเสริมสร้างให้เรานำไปใช้ในการทำงานได้และประสบความสำเร็จในอนาคต ซึ่งการเรียนปริญญาโทอาจเป็นสาขาที่ตรงหรือไม่ตรงกับที่เรียนปริญญาตรีมาก็ได้ ต้องดูแล้วแต่โอกาสที่มาถึง ในด้านการทำงานนั้นอยากทำงานเกี่ยวกับสาขาที่เรียนมา อยากทำงานที่มีความคล่องตัวและได้ใช้ทักษะหลายๆด้านในการทำงาน เช่น ในการที่จะเป็น Sale Representative ในธุรกิจเรือได้นั้นต้องเป็นคนที่มีความคล่องตัว มีบุคลิกภาพที่ดี มีความรับผิดชอบในการทำงานและตรงต่อเวลา สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดี เป็นต้น ซึ่งก็เป็นหนึ่งในงานที่อยากทำ แต่กว่าจะก้าวขึ้นไปได้นั้นก็ต้องเก็บประสบการณ์ทำงานและปรับปรุงในเรื่องที่ยังคิดว่าต้องปรับปรุง เช่น ในเรื่องของภาษาอังกฤษ อยากพูดให้ได้ดีกว่าที่เป็นอยู่ เป็นต้น ในมุมมองคิดว่าทำงานทางด้านธุรกิจเรือ หรือที่เกี่ยวกับโลจิสติกส์ถือว่าเป็นงานที่น่าสนใจ MMAA ขอขอบคุณน้องบัว และน้องส้มมากนะค่ะ ที่ให้ข้อมูลที่เป็นความรู้ในสาขางานที่เกี่ยวเนื่องกัน ทาง MMAA ยินดีอย่างมากๆค่ะที่ได้รู้จักน้องทั้งสองคน ทางเราคิดว่า ข้อมูลนี้น่าจะเป็นทางเลือกให้กับน้องๆผู้หญิงที่ต้องการจะเรียนทางด้านพาณิชย์นาวี และน้องทั้งสองบอกว่า นอกจากรับผู้ที่จบการศึกษาจาก ม. 6 สายวิทย์ และสายศิลป์-คำนวณ แล้วก็จะรับหลักสูตรต่อเนื่อง 2 ปี (ผู้ที่จบ ปวส. หรือเทียบเท่า) และก็หลักสูตรปริญญาโท โดยให้เข้าไปดูข้อมูลเพิ่มเติมได้นะค่ะที่ www.buu.ac.th สวัสดีค่ะ
|
| Tuesday, 20 January 2009 23:10 | |
| Last Updated ( Thursday, 25 June 2009 11:37 ) |
Cadets
Who's Online
We have 13 guests onlinePopular
Latest News
Advertisement
Visitors Counter







![]() | Today | 65 |
![]() | Yesterday | 335 |
![]() | This week | 1151 |
![]() | This month | 2879 |
![]() | All | 181913 |
(0 vote)



















_Co.,Ltd..jpg)

















