| MSI Recruitment (Thailand) Limited |
กัปตันพิษณุ : MSI Recruitment หรือบริษัท จัดหางาน MSI ได้จดทะเบียนดำเนินการมาได้ 2 ปี เดิมคือ UNITHAI LINE ซึ่งตอนที่เป็น UNITHAI บริษัทมีเรือเป็นของตัวเอง แต่เมื่อปี 2551 UNITHAI มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายการบริหารงาน คือยุติการเป็นเจ้าของเรือโดยการขายเรือทั้งหมดที่มี แต่ธุรกิจการขนส่งสินค้าทางทะเลที่ดำเนินการมากว่า 30 ปี ก็ยังคงทำอยู่ จึงเปลี่ยนมาเช่าเรือแทนการเป็นเจ้าของเรือ เพราะเห็นว่าการเช่าเรือสามารถคำนวณค่าใช้จ่ายได้สะดวก ทราบต้นทุนที่แน่นอน รวมถึงความเสี่ยงก็จะน้อยกว่า และปัจจุบันธุรกิจการให้เช่าเรือก็มีอยู่ทั่วโลก เพียงแค่เรามีสินค้า เราก็เลือกเรือให้เหมาะสมกับประเภทของสินค้าที่จะขนส่ง รวมทั้งทราบเส้นทางการเดินเรือ จึงสามารถคำนวณต้นทุนได้ล่วงหน้า MSI บริหารเรือให้กับ บริษัท IMC SHIPPING ซึ่งถือเป็นบริษัทแม่ของ MSI กัปตันท่านได้อธิบายต่อว่า IMC SHIPPING เป็นบริษัทเจ้าของเรือที่มีเรือกว่า 60 ลำ โดยแบ่งเป็น เรือ Bulk และ Tanker ก่อนนี้สำนักงานตั้งอยู่ที่เกาะฮ่องกง และได้ย้ายมาที่สิงคโปร์ เมื่อช่วงที่คืนเกาะฮ่องกงให้กับประเทศจีน การประกอบธุรกิจของ IMC SHIPPING นี้ ได้แยกเป็นบริษัทย่อย รวมทั้งมีการลงทุนที่ประเทศไทยในนามของ UNITHAI ซึ่งประกอบด้วย ที่กล่าวไว้ข้างต้นคือธุรกิจในกลุ่มของ UNITHAI สำหรับที่มาของ MSI นั้น เริ่มจากการบังคับใช้ ISM (International Safety Management) เมื่อ 1 กรกฎาคม 2545 (July 01,2002) ที่ต้องให้บริษัทที่เป็นเจ้าของเรือควบคุมดูแลเรื่องความปลอดภัยทั้งลูกเรือ และสิ่งแวดล้อม เพราะก่อนการบังคับใช้ ISM มลภาวะต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการรั่วซึมของน้ำมัน หรือการทิ้งของเสียลงทะเล จะเป็นปัญหามาก แต่บทลงโทษผู้กระทำผิดมีเพียงขั้นปรับ แต่เรื่องนี้เห็นว่ามีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม จึงได้เพิ่มมาตรการโดยเปลี่ยนบทลงโทษเป็นการจำคุกเจ้าของเรือ ตรงนี้จึงเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เจ้าของเรือปรับรูปแบบการบริหาร จึงต้องหาบริษัทตัวแทนในการจัดการเพื่อเข้ามารับผิดชอบ เพราะบางครั้งปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้มาจากความตั้งใจของเจ้าของเรือ อาจเกิดเพราะอุบัติเหตุ จึงเป็นที่มาของบริษัท MSI ที่ตั้งแห่งแรก คือ MSI SHIP MANAGEMENT PTE LTD ที่สิงคโปร์ ซึ่งรับบริหารจัดการเรือของ IMC SHIPPING จำนวนกว่า 60 ลำ รวมทั้งเจ้าของเรือจากที่อื่นๆที่ว่าจ้างให้บริหารอีกกว่า 30 ลำ ทั้งจากฮ่องกง ญี่ปุ่น ไตหวัน จึงทำให้ MSI SHIP MANAGEMENT ต้องขยายฐานบริษัทไปตามประเทศต่างๆที่มีศักยภาพในภูมิภาคเอเชีย ในการจัดหาคนเรือให้เพียงพอเพื่อเข้าไปร่วมทำงาน โดย MSI นี้จะได้รับค่าตอบแทนจากเจ้าของเรือในการบริหารจัดการแทน สำหรับประเทศไทย ก็คือ MSI Recruitment (กรุงเทพฯ) รวมทั้ง MSI ที่ประเทศจีน (มีสำนักงาน 2 แห่ง) , อินเดีย (มีสำนักงาน 2 แห่ง), ฟิลิปปินส์, เวียดนาม, พม่า และ อินโดนีเซีย ซึ่งจะเห็นว่าเป็นประเทศหลักๆที่บริษัทสามารถจัดหาคนเรือเพื่อไปทำงานบนเรือที่บริหารอยู่ โดยรวมปัจจุบันมีคนเรือที่ร่วมงานอยู่ประมาณ 3,000 กว่าคน เฉลี่ยลำละประมาณ 25-28 คน และมีคนเรือ stand by ไว้ส่วนหนึ่ง ที่เป็นคนเรือไทยมีอยู่ประมาณ 200 กว่าคน (ส่วนหนึ่งคือ คนเรือที่มาจาก UNITHAI LINE เพราะเราถือว่าคนเรือที่ทำงานร่วมกันมาแต่แรกเป็นบุคลากรที่มีความสำคัญ กว่าที่บริษัทจะสร้างคนเรือให้มีคุณภาพได้ต้องใช้ระยะเวลาเพื่อสั่งสมประสบการณ์) จะเห็นว่าคนเรือไทยที่ร่วมงานกับ MSI ถ้าเทียบเป็นอัตราส่วน จะมีเพียง 5%-6% ความจริงทาง MSI ต้องการเพิ่มปริมาณคนเรือไทยมากกว่านี้ แต่ติดปัญหานโยบายทางภาครัฐ ซึ่งบริษัทเห็นว่าควรให้การสนับสนุนมากกว่านี้ เพื่อที่คนเรือไทยจะได้ก้าวไปสู่การทำงานระดับสากล ปัญหานี้เกี่ยวเนื่องกับ STCW ด้วย ที่ให้เรือที่ชักธงรัฐใดๆ จะต้องมีลูกเรือชาตินั้นๆในปริมาณที่กำหนด หรือไม่ก็ต้องมีการเทียบตั๋วให้เป็นของรัฐนั้นๆ เช่น ทำงานบนเรือปานามา ก็ต้องเทียบตั๋วให้เป็นปานามา สำหรับคนเรือไทยนั้นสามารถที่จะเทียบตั๋วได้ 3 รัฐ คือ ปานามา มาแชล และสิงคโปร์ ถ้าเป็นเรืออื่นๆ ทาง MSI ไม่สามารถที่จะส่งคนเรือไทยไปลงได้ จึงขอความสนับสนุนให้ภาครัฐของไทยช่วยส่งเสริมในการทำธุรกรรมทางการทูตที่เกี่ยวเนื่องกับพาณิชยนาวี ในการเทียบตั๋วนั้นทาง MSI จะดำเนินการให้คนเรือโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ เพราะวัตถุประสงค์ที่บริษัทดำเนินการ คือ 1. เพื่อส่งเสริมให้คนไทยมีงานทำ บริษัท MSI จะดูรายละเอียดของผู้ที่เข้ามาสมัครงานตั้งแต่บุคคลิกภาพ การตรงต่อเวลา เพราะภาพลักษณ์ก็เป็นส่วนสำคัญสำหรับ Officer รวมทั้งสิ่งที่บริษัทพิจารณาเพิ่มคือ พฤติกรรม นิสัยใจคอ และความตั้งใจในการทำงาน เพราะบางประเทศที่เรือวิ่ง จะมีมาตรฐานที่เข้มงวด อย่างเส้นทางอเมริกา ซึ่งเป็นประเทศที่ให้ความสำคัญในมาตรฐานความปลอดภัย ต้องมีการตรวจทั้งสุขภาพ สารเสพติด รวมทั้งสุขภาพจิต ของลูกเรือด้วย ในการรับนักเรียนฝึก (Cadet) เมื่อปีที่ผ่านมาทางบริษัทพึ่งจะได้ให้ทำสัญญาการทำงาน 3 ปี เฉพาะเรือ Tanker เพื่อใช้ทุน เพราะบริษัทจะต้องฝึก Cadet ให้ได้เรียนรู้มากที่สุดภายใน 12 เดือน ในช่วงนี้จะได้รับเงินเดือนละ 350 $ และค่าอาหารวันละ 6 $ รวมทั้งค่าเดินทางที่บริษัทเป็นผู้รับผิดชอบ จึงเป็นข้อตกลงระหว่างบริษัท และนักเรียนฝึก กัปตันพิษณุกล่าวต่อว่า Cadet ทั้งต่างชาติและไทย ต่างก็มีความตั้งใจในการฝึกเหมือนๆกัน เพียงแต่ Cadet ต่างชาติจะได้เปรียบทางภาษามากกว่า “ขอย้ำว่าการทำงานเรือ ภาษาอังกฤษ สำคัญมาก บางครั้งเราไม่มีความรู้ เรายังใช้ภาษานำความรู้เข้าตัวได้ โดยการสอบถามหรือการอ่านตำราบนเรือ เราก็สามารถทำงานนั้นๆได้สำเร็จ แต่บางคนที่ทำงานได้บ้างไม่ได้บ้าง แถมสื่อสารก็ไม่ได้ ก็จะทำงานไปอย่างผิดๆถูกๆ สิ่งสำคัญอีกเรื่องคือ การทำรายงาน(Report) ที่เป็นภาษาอังกฤษ เช่นการเครม กรณีสินค้าหรือเรือเกิดความเสียหาย ไม่ว่าจะจากเหตุสุดวิสัยหรือจากอุบัติเหตุก็ตาม เพราะถ้าไม่ทำรายงานผู้ที่ต้องรับผิดชอบคือเจ้าของเรือ” นี้จึงเป็นเหตุผลที่ทำไมจึงต้องจ้างคนที่มีความสามารถในการใช้ภาษาไม่ว่าจะทั้ง ฟัง พูด อ่าน เขียน ในอัตราที่สูง “เราต้องรักษาผลประโยชน์ให้เหมือนกับเราเป็นเจ้าของเรือเอง เพราะเราไปทำงานเป็นตัวแทนเจ้าของเรือ ดังนั้นเจ้าของเรือจึงพร้อมที่จะจ่ายค่าตอบแทนให้เราในราคาสูงด้วย” มีคำถามที่ว่า ทำไม Cadet ที่สมัครกับ MSI จึงได้ลงเรือช้า? กัปตันท่านได้อธิบายว่า เรือที่ MSI บริหารให้เจ้าของเรือชาติต่างๆ 30 กว่าลำนั้น เจ้าของเรือต้องการคนที่มีประสบการณ์ในการทำงาน แต่สำหรับที่บริหารให้ IMC อีกกว่า 60 ลำ ตรงนี้บริษัทเน้นการสร้างคนจึงสามารถรับ Cadet ได้ และที่ได้เล่ามาข้างต้นในเรื่องการเทียบตั๋ว จึงทำให้การลงเรือต้องมาเลือกเรือที่สามารถไปได้เท่านั้น รวมทั้งนักเรียนส่วนใหญ่ตั้งเป้าไว้ที่การลงฝึกกับเรือ Tanker จึงต้องมีใบผ่านการอบรมของเหลวในระวาง, Advance และ Advance Chemical ซึ่งถ้ามีการเตรียมพร้อมก่อน แล้วเมื่อบริษัทเรียกให้ลงเรือก็สามารถปฏิบัติได้ทันทีก็จะไปฝึกได้เร็ว แต่ที่ผ่านมาปัญหาที่พบคือ บางครั้ง Cadet ยังไม่พร้อมที่จะลงเรือ ซึ่งทางบริษัทไม่สามารถที่จะรอได้จึงต้องหา Cadet ชาติอื่นที่พร้อม จึงทำให้ต้องเลื่อนลำดับคิวการลงเรือไปเรื่อยๆ นักเรียนบางรุ่นข้ามปีก็มีมาแล้ว นอกจาก MSI จะจัดคนลงเรือ General และ Tanker แล้ว ก็มีการจัดหางานสำหรับผู้ที่สนใจทำงานบนเรือสำราญ เฉพาะกลุ่มงานบริการ และงานโรงแรมที่ประเทศสิงคโปร์ รวมทั้งเรือรับ-ส่ง พนักงานไปแท่นขุดเจาะน้ำมัน(CREW BOAT) และเรือ TUG สิ่งที่กัปตันแนะนำเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่จะมาสมัครงานเรือสายใน คือ ควรจะหาประสบการณ์เดินเรือสายนอกก่อน จนมีตำแหน่งกัปตัน หรือต้นกลแล้ว ก่อนที่จะเลือกมาอยู่สายใน อย่าง UNIWISE ขอให้เป็นปลายทางของการจะทำงานบนเรือ เพราะที่ผ่านมามีผู้มาสอบถามเรื่องเรือสายใน แต่พึ่งจะมีตำแหน่ง 3/O หรือไม่ก็ 2/O ซึ่งตรงนี้กัปตันอธิบายว่า ถ้าเมื่อต้องการจะกลับไปทำเรือสินค้าสายต่างประเทศ บริษัทจะไม่รับเพราะถือว่าประสบการณ์ยังไม่พอ
สุดท้ายกัปตันพิษณุ ท่านได้ฝากคำแนะนำสำหรับนักเรียนที่จะลงฝึกเรือสินค้าไม่ว่าจะกับบริษัทใดๆก็ตามว่า “จะต้องเตรียมความรู้พื้นฐานให้พร้อม ไม่ว่าจะเป็นกฎข้อบังคับต่างๆที่ต้องทราบเมื่อเข้ายาม สัญญาณธงต่างๆ และสามารถที่จะนำมาใช้ได้ทันท่วงที เมื่อลงฝึกแล้วต้องปรับตัวให้เข้ากับเพื่อนร่วมงานให้ได้ ต้องสู้ ถ้าผ่านช่วงแรกของการปรับตัวไปได้ ต่อไปก็จะเรียนรู้และพัฒนาตัวเองไปได้ไม่ว่าจะเป็นการใช้ภาษาหรือการฝึกงานบนเรือคนเรือที่มีคุณภาพยังขาดอีกมาก ที่บอกว่าคุณภาพคือ ต้องมีความรู้ รวมทั้งความประพฤติก็ต้องดีด้วย เมื่อวันใดคนเรือไทยเป็นทีม ทำงานมีคุณภาพก็จะเป็นที่ต้องการของตลาดต่างประเทศ ศักยภาพคนเรือไทยก็สามารถต่อรองอัตราค่าจ้างในราคาที่สูงได้ “ ทีมงาน MMAA ต้องขอขอบคุณกัปตันพิษณุที่ได้บอกเล่าถึงความเป็นมาของบริษัท MSI รวมทั้งคำแนะนำต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ ถ้าท่านใดต้องการดูข้อมูลเพิ่มเติมของบริษัท ให้ดูรายละเอียดที่ www.msiships.com , www.unithai.com |
| Friday, 20 February 2009 14:49 | |
| Last Updated ( Thursday, 25 June 2009 11:36 ) |
Cadets
Who's Online
We have 19 guests onlinePopular
Latest News
Advertisement
Visitors Counter







![]() | Today | 146 |
![]() | Yesterday | 360 |
![]() | This week | 1592 |
![]() | This month | 3320 |
![]() | All | 182355 |
(0 vote)
ทางทีมงาน 
















_Co.,Ltd..jpg)

















