การเสวนาทิศทางอาชีพนักเดินเรือ
Written by Administrator,
Average user rating    (0 vote)
Views 3149    

ส่วนในช่วงบ่ายทางศูนย์ฝึกได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิในแวดวงธุรกิจพาณิชย์นาวีร่วมเสวนาในหัวข้อ ทิศทางอาชีพนักเดินเรือของไทยประกอบด้วย เรือตรีสุรพล มีเสถียร จากสมาคมเจ้าของเรือไทย, กัปตันยอดชาย รัตนชีวกร จาก THORESEN & CO., (BANGKOK) LTD. , กัปตันบุญเดช มีวงศ์อุโฆษ จากสมาคมนักเรียนเก่าเดินเรือพาณิชย์ และกัปตันสัญญา สันทอง จากโรงเรียนเดินเรือบาร์เธอร์ 

  จากการเสวนานั้นประเด็นหลัก คือเรื่องที่นักเรียนเดินเรือกังวลในการที่จะหาเรือเพื่อลงฝึกภาคทางทะเล  ด้วยสภาวะเศรษฐกิจที่ชลอตัวในปัจจุบัน จากมุมมองที่แตกต่างของแต่ละท่าน พอจะสรุปสาระสำคัญได้ดังนี้  สิ่งที่เรือตรีสุรพล บอกกล่าวคือ มั่นใจว่าถ้าเป็นคนที่ตั้งใจทำงาน ขยันอดทน ซื่อสัตย์และมีวินัย การหางานนั้นไม่ใช่เรื่องยาก  เข้าใจว่าที่หายากนั้นเพราะบางคนเลือกโดยดูจากค่าตอบแทน  ค่าจ้างค่าตอบแทนของบริษัทเรือในประเทศนั้นขึ้นกับค่าขนส่ง  จึงทำให้น้อยกว่าเรือที่วิ่ง world wide  ซึ่งจะสูงขึ้นตามลำดับ  และด้วยช่วงปีนี้ภาวะเศรษฐกิจทรุดตัว  การขนส่งก็น้อยตามมีเรือที่จอดในที่ต่างๆของ South East Asia ค่อนข้างมาก เพราะไม่มีสินค้าที่จะขน  แต่ให้คิดว่าในวิกฤตย่อมมีโอกาส  เพราะกองเรือบ้างแห่งต้องการลดต้นทุนที่ต้องจ้างคนเรือต่างประเทศในอัตราที่สูง  ซึ่งคนเรือไทยสามารถเข้าไปแทนที่ในส่วนนี้ได้  

 กัปตันยอดชาย ท่านได้แนะนำเพิ่มเติมว่า วิกฤตในช่วงนี้เป็น down circle ของธุรกิจ Shipping อยู่แล้ว  และนักวิเคราะห์หลายประเทศได้มองแล้วว่าประมาณปี 2011 ปลายๆปี ธุรกิจก็จะฟื้น  ในตลาดโลกนั้นเรือที่ scrap เมื่อเทียบกับเรือที่จะรับใหม่นั้นมีจำนวนไม่มาก  ในปี 2010-2015 จำนวนเรือที่จะรับใหม่มีถึง 30% ถึงแม้ว่าจะมีการยกเลิกสัญญาการรับเรือใหม่กับอู่ต่อเรือก็ตาม  และนักวิเคราะห์บอกว่ารายได้มวลรวมโลกเริ่มลดลง  เจ้าของเรือจึงหันมาลดค่าใช้จ่ายต่างๆ และสิ่งสำคัญคือค่าใช้จ่ายเรื่องคนประจำเรือ  ดังนั้นความเสี่ยงเรื่องการตกงานของคนประจำเรือขอบอกเลยว่ายังไม่มีผลกระทบ 

สำหรับกัปตันบุญเดช ท่านได้เล่าเมื่อครั้งที่ท่านได้เริ่มมาเรียนในสมัยนั้นคือ โรงเรียนเดินเรือพาณิชย์การประกอบอาชีพนักเดินเรือนั้นเป็นตลาดการค้าเสรี  ไม่มีการกีดกันทางการค้าตั้งแต่อดีตและปัจจุบัน รวมไปถึงอนาคต  ไม่ว่าเรือชาติใดก็สามารถทำการค้าแข่งขันกับเราได้ทั้งหมด ทั้งบริษัทเรือเอง และคนประจำเรือด้วย  การเพิ่มหรือลดลงของจำนวนเรือนั้นเป็นวัฏจักรที่จะเห็นได้  นักเรียนเดินเรือก็ยังคงมีการผลิตอยู่  และคำพูดที่ว่า คนเรือขาดแคลน ก็ยังคงมีอยู่  ไม่ว่าจะผลิตออกมากี่รุ่นก็ตาม  เพราะปัญหาสำคัญคือ การคงอยู่ในอาชีพของคนเรือมีอัตราต่ำมาก อย่างถ้าเทียบกับแพทย์ เมื่อจบมาก็เป็นนายแพทย์จนเกษียณอายุ  แต่นักเรียนเดินเรือนั้นเป็นคนเรือจริงๆเฉลี่ยไม่เกิน 10 ปี  จุดสำคัญในการเรียนไม่ว่าจะเป็นฝ่ายเดินเรือหรือช่างกลเรือจะสอนให้รู้ในเกือบทุกเรื่อง  แต่ไม่ชำนาญในทุกเรื่องที่เรียน เราต้องเรียนด้วยความตั้งใจเพราะเราจะนำสิ่งที่เรียนนั้นมาใช้ต่อยอดการเรียนรู้ในอนาคต  ส่วนใหญ่บุคลากรที่อยู่ในแวดวงพาณิชย์นาวีก็จบมาจากศูนย์ฝึกฯ เวลาการทำงานบนเรือน้อยก็จริงแต่วิชาชีพที่ทำงานนั้นเกี่ยวข้องกับเรือตลอดชีวิตการทำงาน  การที่เราไปฝึกบนเรือที่แตกต่างกันทำให้เราได้ความรู้ที่ไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับเราไปเจอครูแบบไหน เจอคนเรือแบบไหน  การที่เราเรียนที่ศูนย์ฝึกฯวันนี้คือพื้นฐาน  แล้วค่อยลงเรือฝึกเพื่อเก็บประสบการณ์  หลังจากนั้นก็มองดูว่าเราเหมาะกับอาชีพตรงไหนอย่างไรในอนาคตหลังจากที่ขึ้นจากเรือแล้ว 

กัปตันสัญญา ครูใหญ่โรงเรียนการเดินเรือบาร์เธอร์  ได้อธิบายโปรแกรมการเรียนของโรงเรียนและได้ให้แนวคิดกับน้องว่า “Shipping Consult ได้แจ้งตัวเลขคนว่างงานในส่วนของคนประจำเรือว่า ปี 2008-2009 ว่างถึง 34,000 ตำแหน่ง และในปี 2012 ว่าง 90,000 ตำแหน่ง  เพราะว่าคนประจำเรือฝั่งยุโรปและออสเตเรียจะไม่ลงเรือ  รวมถึงคนที่สิงคโปร์ด้วยที่ ณ ตอนนี้ยังใช้นำร่องที่เป็นคนไทย  กลุ่มที่ยังเดินเรืออยู่คือ ยุโรปตะวันออก  Vision ของทางบาร์เธอร์คือการส่งคนเรือให้ไปสู่ตลาดต่างประเทศ  แต่ปัญหาสำคัญคือ ภาษาอังกฤษ  เพราะเราต้องใช้ทั้งการฟัง พูด อ่าน และเขียน  ถึงแม้ว่าจะอยู่บนเรือไทยก็ยังคงต้องเขียนรายงานที่เป็นภาษาอังกฤษ  เพราะกฎต่างๆบังคับให้เราต้องทำ รวมถึง Port State Control    

           ปัจจุบันศูนย์ฝึกพาณิชย์นาวีไม่ใช่สถาบันที่ผลิตนักเรียนเดินเรือแห่งเดียวอีกแล้ว ดังนั้นเราควรสร้างความแตกต่าง  ไม่ว่าจะเป็นภาษา ความรู้ความเข้าใจ ทัศนะคติต่อการทำงาน และลักษณะนิสัยส่วนตัว  เมื่อครั้งที่พี่เป็น Cadet ก่อนที่จะลงเรือพี่จะเลือกว่าถ้าไปฝึกกับบริษัทเรือใดๆ จะได้ความรู้อะไรบ้าง แต่ปัจจุบันน้องๆมักถามว่าไปฝึกแล้วได้เงินเดือนเท่าไร?  น้องไม่เคยถามว่าใครจะเป็นคนสอนน้อง  นี้คือทัศนะคติที่เปลี่ยนไป  เราควรที่จะเตรียมความพร้อมก่อนที่จะลงเรือ  ทางบาร์เธอร์พร้อมให้การสนับสนุนถ้าน้องคนใดสนใจที่จะเข้าอบรม Sim หรือ Training เพราะเราต้องการยกระดับความรู้ความสามารถของคนเรือไทย และพร้อมให้ความร่วมมือกับศูนย์ฝึกเสมอ

 เรือตรีสุรพล  ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าคนเรือที่ขาดแคลนนั้น คือขาดแคลนคนเรือที่มีคุณภาพ สำหรับนักเรียนที่จบจากศูนย์ฝึกนั้นไม่ห่วงเรื่องความรู้ความสามารถ แต่ที่ต้องการให้เน้นคือ ระเบียบวินัย  และเรื่องภาษาอังกฤษ โดยเฉพาะภาษาเขียน ......ในส่วนของกัปตันยอดชายได้สอบถามว่าเมื่อไรที่ทางศูนย์ฝึกพาณิชย์นาวีจะจัดทำหลักสูตรภาษาอังกฤษสำหรับนักเรียนเดินเรือ  ด้วยทุกวันนี้ที่เจ้าของเรือต้องจ้างคนเรือฟิลิปปินส์เพราะภาษาอังกฤษดีกว่าคนไทย  รวมถึงกัปตันบุญเดชที่ยังเชื่อในความสามารถของนักเดินเรือไทย.... ในช่วงท้ายของงาน  คุณภูมินทร์ ประธานสมาคมเจ้าของเรือไทย ซึ่งท่านได้เข้าฟังการเสวนาครั้งนี้ได้พูดแนะนำศูนย์ฝึกในเรื่องการเปิดตลาดนักเรียนเดินเรือ  โดยต้องการให้ศูนย์ฝึกติดต่อกับบริษัทเรือต่างประเทศเพื่อขอให้รับนักเรียนไปลงเรือฝึก  เปรียบเสมือนการหาจุดเด่นของนักเรียนหรือสินค้าที่พร้อมจะขายไปสู่ตลาดเรือต่างประเทศ  โดยต้องช่วยกันทั้งภาคการศึกษา และภาคผู้ประกอบการ.......

 

User Rating: / 0
PoorBest